23 กุมภาพันธ์ 2553

จ.ขอนแก่น กำชับสถานศึกษาเข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาเด็กและเยาวชน

โฮมทีวี-จังหวัดขอนแก่น กำชับโรงเรียน ควบคุมดูแลลูกศิษย์ของตัวเอง เพื่อป้องกันและลดปัญหาการก่อเหตุอาชญกรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

 

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.53 ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ขอนแก่น  ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเด็กและเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น  ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ทางสังคมและเฝ้าระวังและเตือนภัยทางสังคมจังหวัดขอนแก่น  เพื่อหามาตรการป้องกันและแก้ไข   นายอนุกูล  ตังคณานุกูลชัย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน พบนักเรียนนักศึกษา ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เล่นพนันบอล เล่นเกม หนีเรียนไปเที่ยวเตร่ตามสถานที่ต่างๆ และขายบริการทางเพศมากขึ้น  ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกันเป็นลูกโซ่   สำหรับปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเด็กและเยาวชนหนักใจที่สุด  คือ  ปัญหาการทะเลาะวิวาท  ซึ่งในเหตุทะเลาะวิวาททุกครั้งก็จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต  ที่ผ่านมา จังหวัดขอนแก่นได้ประสานงานไปยังตำรวจท้องที่ ให้ช่วยสอดส่องดูแลว่าจุดใดบ้างที่มีเหตุทะเลาะวิวาทบ่อย พร้อมกำชับโรงเรียนที่มีปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท ให้ครูควบคุมดูแลลูกศิษย์ของตัวเอง  

นอกจากนี้ยังพบว่า  ในจังหวัดขอนแก่นมีเยาวชนเล่นการพนันฟุตบอลจำนวนมาก  โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เด็กที่เล่นพนันบอลส่วนใหญ่จะอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะดีหรือปานกลาง เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรควบคุมการเงินของลูก ให้เงินเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายและอย่าให้ถือบัตรเครดิต ขณะเดียวกันสถานศึกษาควรดูแลเอาใจใส่นักเรียนมากขึ้น

 

ปิยนุช  ขามคำ / ปรัชญา  เทพสกุล   ข่าว โฮมทีวี

 

 



Hotmail: อีเมลฟรีประสิทธิภาพสูงที่มีการรักษาความปลอดภัยโดย Microsoft รับทันที

รายงานพิเศษ คนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกัน ตอนที่ 1

ปัจจุบันความเจริญย่างก้าวเข้ามาในสังคมเมืองอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ความมีน้ำใจแห้งเหือดไปจากสังคม เพื่อช่วยเหลือและสร้างจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กัน เทศบาลนครขอนแก่น จึงได้จัดโครงการคนขอนแก้นไม่ทอดทิ้งกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากให้กับคนในสังคม เรื่องนี้มีรายงาน
 
 
 
http://www.youtube.com/watch?v=S_NEwIt-jj4   


Hotmail: อีเมลฟรีประสิทธิภาพสูงที่มีการรักษาความปลอดภัยโดย Microsoft รับทันที

รายงานพิเศษ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจให้กับชาติ อีกทั้งยังทำลายความตั้ง ใจในการนำเสนอผลงานต่างๆ ให้กับผู้ผลิตผลงาน ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ให้ความสำคัญ จึงได้ตั้งตำรวจชุดพิเศษเข้ามาดูแลสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ใน 11 จังหวัดอีสานบน ติดตามรายงานจากผู้สื่อข่าว 
 
 
 
 
 
http://www.youtube.com/watch?v=v7gLvTTfif8   


Hotmail: อีเมลที่เชื่อถือได้ซึ่งมาพร้อมกับการป้องกันอีเมลขยะที่มีประสิทธิภาพ ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้

22 กุมภาพันธ์ 2553

บีโอไอ ขอนแก่น สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

 

                  (ภาพบน)ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่กำลังก่อสร้างเพื่อให้บริการ ปชช. โดยจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก  

                โฮมทีวี บีโอไอ ยอมรับ วิกฤตการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน เดินหน้าจัดสัมมนา/เสวนา หวังสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

                วันนี้(22 ก.พ.)นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 จ.ขอนแก่น (ผทภ.3) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวโฮมทีวี ว่าเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา และสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง กระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย (SMEs) ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศไทยอย่างมาก ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจมากกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่องจากการขาดสภาพคล่อง และแบกรับภาระต้นทุนในการดำเนินการ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องลดขนาดกิจการหรือต้องปิดกิจการ ส่งผลต่อการจ้างงานในพื้นที่และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและระดับประเทศ

 

        ปี 2552 ที่ผ่านมาในภาคอีสานตอนบน มีโครงการที่ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก บีโอไอ ทั้งสิ้นจำนวน 63 โครงการ เงินลงทุน 29,957 ล้านบาท มีการจ้างแรงงานไทย จำนวน 2,438 คน และเป็นโครงการระดับ SMEs มีจำนวนทั้งสิ้น 12 โครงการ เงินลงทุน 744 ล้านบาท มีการจ้างแรงงานไทยจำนวน 514 คน สำหรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 17 โครงการ  เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,403 ล้านบาท มีการจ้างแรงงานไทย ประมาณ 1,762 คน โดยเป็นโครงการระดับ SMEs มีจำนวนทั้งสิ้น 2 โครงการ เงินลงทุน 112 ล้านบาท มีการจ้างแรงงานไทย ประมาณ 62 คน  ได้แก่ บริษัท อาร์ซีเค อะกริมาร์เกตติ้ง จำกัด และบริษัท โรงสีข้าวไทยเกษตร 2005 จำกัด เป็นกิจการอบพืชไซโล และข้าวสารคัดคุณภาพ

 

                ศทภ.3  ตระหนักถึงปัญหาของผู้ประกอบการ SMEs เป็นอย่างมาก และเห็นว่าอุตสาหกรรมในภาคอีสานตอนบนส่วนใหญ่ รวมถึงจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จากสถิติการส่งเสริมการลงทุนโครงการระดับ SMEs ในจังหวัดกาฬสินธุ์นับว่าเป็นจำนวนน้อยมากเพียง 2 โครงการเท่านั้น อย่างไรก็ตามศักยภาพการลงทุนของจังหวัดกาฬสินธุ์ยังมีความเอื้ออำนวยอยู่มาก โดยเฉพาะทางด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งอยู่กึ่งกลางของเส้นทาง EWEC อันจะเอื้อประโยชน์ต่อการค้าระหว่างประเทศของภูมิภาคได้ดี

                ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ SMEs ท้องถิ่น ศทภ.3 จึงร่วมกับจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานสัมมนา "นโยบายส่งเสริมการลงทุน SMEs ใหม่ พลิก-วิกฤต เศรษฐกิจท้องถิ่น" โดยนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา ในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.00 15.30 ณ โรงแรมริมปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ ได้รับทราบนโยบายส่งเสริมการลงทุน SMEs ใหม่ ที่จะทำให้ SMEs เข้าถึงการลงทุนมากขึ้น เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักลงทุนในท้องถิ่น 

 

                รูปแบบของงาน มีการบรรยายเรื่อง "นโยบายส่งเสริมการลงทุน SMEs ใหม่" โดย ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 จากนั้นจะเป็นการเสวนา เรื่อง "ฝ่าเศรษฐกิจ พลิกวิกฤต SMEs ไปกับ BOI" โดยผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันนออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น, ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5, ผู้จัดการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์  โดยมีผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมทั้งมีการแนะนำการกรอกคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ให้กับผู้ที่สนใจยื่นขอฯ และในช่วงการสัมมนามีการเปิดคลินิกปรึกษาด้านการลงทุน และจำหน่ายสินค้า OTOP ในงานด้วย

 

                โฮมทีวี ข่าว/ภาพ



Hotmail: บริการอีเมลฟรี ที่เชื่อถือได้ และสมบูรณ์พร้อม รับทันที

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรับโฉมให้บริการครั้งใหญ่

(ภาพบนฝั่งขวา) นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมธุรกิจการค้า กำลังมอบนโยบาย ให้บุคคลากรในสังกัดในภูมิภาค

 

โฮมทีวี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรับกลยุทธ์ รวดเร็ว ฉับไว เป็นหัวใจบริการ หวังให้ประชาชนได้รับความสะดวกด้านธุรกิจ

 

เมื่อเร็วๆ นี้ นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์  อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมธุรกิจการค้าได้มีการรปรับปรุงการให้บริการเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการปรับโฉมการให้บริการ ตามนโยบายของกระทรวงพานิชย์ ที่ต้องการพั้ฒนาบริการสร้างสรรค์ ภายใต้คำขวัญ "ยิ้มแย้ม โปร่งใส่ ใส่ใจบริการ"

                ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้มีการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาค เสริมสร้างเทคนิคการให้บริการและการทำงานเป็นทีม โดยได้จัดทั้งหมด 4 ครั้ง และจังหวัดขอนแก่นเป็นแห่งแรก เนื่องจากว่าจังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ

สำหรับการอบรมครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้บุคลากร เจ้าหน้าที่ ในส่วนภูมิภาค มีความใกล้ชิดกับประชาชนที่จะเข้ามารับบริการมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้การปฏิบัติงานเป็นทีมได้อย่างมรประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ 539 คน

 

อภิวัฒน์ ฤทธิลี ข่าว

ปรัชญา เทพสกุล ภาพ

 

22 ก.พ.53



Hotmail: อีเมลฟรีประสิทธิภาพสูงที่มีการรักษาความปลอดภัยโดย Microsoft รับทันที

รายงานพิเศษ สามล้อถีบกำลังจะเลือนหายไปจากจังหวัดขอนแก่น

http://www.youtube.com/watch?v=VZ7BZaXGsRE 

Hotmail: บริการอีเมลฟรี ที่เชื่อถือได้ และสมบูรณ์พร้อม รับทันที

19 กุมภาพันธ์ 2553

ตร.ภาค 4 ยึด ดีวีดี/วัซีดี ไม่ผ่านการตรวจ กว่า 1 หมื่นแผ่น

 

 

                โฮมทีวี ตร.ภาค 4 ตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ตรวจสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ปูพรมค้นร้านค้าดีวีดี/วีซีดีเถื่อนทั่วจังหวัดขอนแก่น ได้พร้อมของกลางกว่าหมื่นแผ่น มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พร้อมวอนสื่อเป็นหูเป็นตา ช่วยแจ้งเบาะแสตำรวจ หวั่นกระทบเศรษฐกิจชาติ

                วันนี้(19 ก.พ.)ที่ตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา ผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.ท.ดิรเรก ยศนันท์ หัวหน้าชุด พ.ต.ท.ดิเรก ปานเรือนแสน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม แถลงข่าวตรวจค้นและยึดของกลางเป็นดีวีดี และวีซีดี ที่ไม่ผ่านการตรวจ 1 หมื่น 2 พันแผ่น มูลค่า 1 ล้าน 2 แสนบาท  ผู้ต้องหา 9 ราย ประกอบด้วย  นางรุ่ง สมน้ำคำ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี นางสาวยุภาวี ศรีสุวรรณ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ นายชาญวิทย์ แสงพลอย อาย  16 ปี นาคมสันต์ เพราะแก้ว อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา  นางสาวไรรินทร์ แสงทรา อายุ 28 ปี นางสาวอาภาพร จุลลาบุดดี อายุ 22 ปี นายองอาจ จุลลาบุด ดี อายุ 25 ปี นาสาวประภาพร ประมวลชัยกุล อายุ 42 ปี และนายดนัย แซ่ไหล่ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น โดยผู้ต้องหาทั้งหมดประกันตัวออกไปก่อนหน้านี้

                 พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ เปิดเผยว่า หน่วยนี้ตั้งมาได้ไม่นาน เพื่อตรวจสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะ ใน 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน

                "อยากให้สื่อเป็นกระจกสะท้อนสังคมให้เห็น หรือถ้ามีเบาะแส ให้แจ้งมายังตำรวจ เพื่อที่จะได้ส่งกำลังเข้าตรวจค้นและจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เพราะถือว่าประเทศชาติเป็นผู้เสียหาย"พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กล่าว

                พ.ต.ท.ดิเรก เปิดเผยว่า  สินค้าทั้งหมดสายสืบทราบว่า มีผู้นำมาจำหน่าย ไม่ผ่านการตรวจ ลักษณะดังกล่าวประเทศชาติเสียหายโดยตรง ทางตำรวจสามารถดำเนินการเข้าตรวจจับได้ทันที โดยไม่ต้องมีตัวแทนของบริษัทลิขสิทธิ์เข้ามาร่วม

                "คดีนี้มีโทษปรับตั้งแต่ 1 แสน บาท ไปจนถึง 1 ล้านบาท แล้วแต่ดุลพินิจของศาลว่าจะตัดสินออกมาอย่างไร แต่ไม่มีโทษจำคุก"พ.ต.ท.ดิรเรก กล่าวและว่า

                จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดเป็นที่พักสินค้าก๊อปปี้เท่านั้น ไม่มีการผลิต และจากรายงานเข้ามา มีพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เป็นแหล่งผลิต แต่ไม่ได้อยู่ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 และยังเปิดเผยไม่ได้ในขณะนี้ ขอให้ได้รายละเอียดชัดเจนก่อน ก็จะมีการประสานไปยังตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินการเข้าจับกุม

                แหล่งที่คาดว่าเป็นแหล่งที่พักสินค้าที่เคยเข้าทำการจับกุม โดยขอดูใบอนุญาต มีตลาดนัดคลองถม อ.น้ำพอง ตลาดนัดคลองถาม อ.มัญจาคีรี ตลาดขายสินค้าประตูน้ำ และห้างสรรสินค้าเซ็นทรัล

                สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้ทั้งหมด ทางตำรวจได้ตั้งข้อหา ประกอบกิจการเช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจ หรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ,นำออกขาย ให้เช่า แลกหรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ซึ่งภาพยนตร์หรือดีทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ,แลร่วมชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีโทษปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ไปจนถึง 1 ล้านบาท

อภิวัฒน์ ฤทธิลี /  ข่าว

ภาคินัย สุระประจิตร์ / ภาพ

 

 



Hotmail: บริการอีเมลฟรี ที่เชื่อถือได้ และสมบูรณ์พร้อม รับทันที