แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด

01 กุมภาพันธ์ 2555

ประชุมเตรียมเสนอโครงการ ต่อครม.สัญจร


การประชุมคณะทำงานยกร่างข้อเสนอโครงการที่สำคัญ  เพื่อนำเข้าหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง  ก่อนวันประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร  มีขึ้นที่ห้องประชุมเสียงแคน  ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น  โดยมีนายธนวัฒน์  พลอยโสภณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  เป็นประธานการประชุม

ในที่ประชุมมีการแจ้งเรื่อง  ตามที่ได้กำหนดให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ  นอกสถานที่  ที่จังหวัดอุดรธานี  ในวันที่ 21-22  กุมภาพันธ์ 2555  รัฐมนตรีมีกำหนดตรวจราชการในพื้นที่ จ.อุดรธานี  หนองคาย หนองบัวลำภู เลย บึงกาฬ  สกลนคร  นครพนม  มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม  ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์  โดยการประชุม กรอ. จะมีขึ้นในวันที่ 21 กพ 55 และการประชุม ครม. มีขึ้นวันที่ 22 กพ 55   ซึ่งในงานจะมีการนำเสนอโครงการของ 12 จังหวัด  เข้าที่ประชุม

นายธนวัฒน์  พลอยโสภณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  กล่าวว่า  ในส่วนจ.ขอนแก่น  จะมีการเสนอโครงการเป็น 3 กลุ่ม  จำนวน 17 โครงการ  งบประมาณทั้งสิ้น 9,678,000,000  บาท  โดยแผนงานหรือโครงการที่เสนอควรเป็นโครงการที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาสำคัญของพื้นที่และประชาชนในจังหวัด  ไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ  และไม่อยู่ในระหว่างการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ  จะต้องทำรายละเอียดลงในแบบฟอร์มข้อมูลพื้นฐานโครงการของจังหวัด   

26 มกราคม 2555

ศาล ขก.พิจารณาคดีกลุ่มคนเสื้อแดง


ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดไต่สวนในคดี 4 ผู้ต้องหากลุ่มคนเสื้อแดง ที่บุกเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่นและสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที   เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 โดยศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่ามีความขัดแย้งกับพนักงานสอบสวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่มีการส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดชี้ขาด จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการเลื่อนนัดสอบปากคำและไต่สวนในคดีดังกล่าวจากเดิมวันนี้เป็นวันที่ 2 ก.ค.2555
                นายบุญยงค์    แก้วฝ่ายนอก ทนายความกลุ่ม นปช.ภาคอีสาน เปิดเผยว่า การเลื่อนนัดครั้งนี้ เนื่องจากพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบไปด้วย นายอดิสัย วิบูลย์เสบ ,นายจิรัฐตระกูล สุมะหา ,นายสุทัศน์ สิงห์บัวขาว และนายอุดม  คำมูล ในความผิดฐานก่อการร้ายบุกรุกศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกระทำตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 มาตรา 135/2 มาตรา 364 มาตรา 365  ซึ่งแย้งความเห็นของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการจังหวัด ขอนแก่น และได้มีการส่งเรื่องให้กับทางอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมายแล้ว
                 คดีดังกล่าวจึงถือว่าเป็นคดีคงค้างในศาลและศาลได้เลื่อนนัดพร้อมไปเป็นวันที่ 2 ก.ค.ที่จะถึงนี้โดยในวันนัดจะมีทั้งฝ่ายจำเลย โจทก์มารายงานตัวพร้อมกันเพื่อเริ่มนัดสืบพยาน โดยผู้ต้องหากลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง 4 คน จะต้องมารายงานตัวในวันที่ 2 ก.ค. ประกอบไปด้วย นายอดิสัย วิบูลย์เสบ นายจิรัฐตระกูล สุมะหา นายสุทัศน์ สิงห์บัวขาว ตามความผิดฐานก่อการ้ายบุกรุกศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกระทำตั้งแต่สองคนขึ้นไป ขณะที่นายอุดม คำมูล มีความผิดฐานก่อการร้ายบุกรุกสถานีโทรทัศน์ NBT ด้วย

15 ธันวาคม 2554

ปรับโฉมงบประมาณส่วนราชการ


กระทรวงมหาดไทยปรับโฉมติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการ เป็นการใช้โปรแกรมระบบติดตามประเมินผล เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ

สำหรับการปรับโฉมการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการจังหวัด  จากเดิมเป็นการตรวจการดำเนินงานจากข้อมูลของกระทรวงการคลัง ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้ปรับเปลี่ยนเป็นติดตามและประเมินผลจากโปรแกรมระบบติดตามประเมินผล

กระทรวงมหาดไทย จึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การใช้งานโปรแกรมระบบติดตามประเมินผลแผนงาน / โครงการ ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารราชการจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยมีตัวแทนจากหน่วยราชการจังหวัดทุกส่วน  ร่วมการอบรมในครั้งนี้  และมีวิทยากรกรผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมและการจัดการบริหาร มาให้ความรู้ อาทิ นายประเสริฐ แย้มสรวล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด  และนายมาโนช ธาดาวิศรุต นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

ทั้งนี้ช่วงพิธีเปิดการอบรมได้รับเกียรติจาก นายบรรยง วิไลพงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดการอบรมและได้กล่าวถึงประโยชน์ของโปรแกรม จะช่วยจับเก็บข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ

12 ธันวาคม 2554

เลือกตั้งนายก อบจ.ขก. 5 ม.ค 55


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ  โคตรทุม  ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า  การเลือกตั้งครั้งนี้ได้กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 8 ม.ค.2555 ด้วยยอดรวมจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 1,327,780 คนมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 2,639 หน่วย ซึ่งจะใช้บุคลากรสำหรับการจัดการเลือกตั้งมากถึง 27,475 คน ด้วยงบประมาณจัดการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 46 ล้านบาท ซึ่ง กกต.ประจำ อบจ.ขอนแก่น มั่นใจว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย บริสุทธิ์และยุติธรรม

โดยในช่วงระหว่างวันที่ 6-10 ธ.ค. มีผู้มาสมัครลงรับเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ทั้งหมด 6 ราย ประกอบด้วย หมายเลข 1  นางดวงจันทร์  จันทร์ศรี หมายเลข 2 นางกฤษณา ตะวงษ์ แพร์รี่ หมายเลข 3นางบุญเทียม  สุเสนา หมายเลข 4 นายอุดม  แก่นพรม หมายเลข 5 ดร.พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์    และ    หมายเลข 6 นายคงฤทธิ์  อัศวพัฒนากูล   ซึ่งในขณะนี้อยุ่ในระหว่างขั้นตอนของการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อดำเนินการจตัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

 นายสุชาติ    กล่าวทิ้งท้ายว่า  ตนมั่นใจว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60  พร้อมทั้งการเปิดสายด่วน 043-237568 สำหรับการรับเรื่องร้องเรียนและการสอบถามถึงการเลือกตั้งในเรื่องต่างๆเพื่อ อำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งใน จำนวนที่มากที่สุด 

06 ธันวาคม 2554

รับสมัครนายก อบจ.ขอนแก่น วันแรกเงียบเหงา

หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประจำ อบจ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้มีการรับสมัครรับการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 6-10 ธ.ค.2554 ทีมข่าวโฮมทีวีจึงลงพื้นที่ ณ ห้องประชุม อบจ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครลงรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 6 ธันวาคม 2554 มีบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงผู้สมัคร 2 รายที่ยื่นใบสมัครลงรับการเลือกตั้ง คือ หมายเลข 1 นางดวงจันทร์ จันทร์ศรี อายุ 52 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและ นางกฤษณา ตะวงษ์แพร์รี่ อายุ 40 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ยื่นใบสมัครลงรับการเลือกตั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครที่ทำการยื่นใบสมัครทั้ง 2 นั้นเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านสนามการเมืองในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติมาก่อน ในขณะที่อดีต นายก อบจ.ขอนแก่น คือ นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ที่ตัดสินใจลาออกก่อนครบกำหนดวันเลือกตั้ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมานั้นยังคงไม่มีการเดินทางมาสมัครแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าจะยังคงตัดสินใจลงสมัครเพื่อครองตำแหน่งอีกครั้งแต่ยังคงดูฤกษ์และความพร้อมของผู้ให้การสนับสนุน ในขณะที่คู่แข่งน่ากลัวของการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่นครั้งนี้ มีหลายฝ่ายต่างจับตามองว่า เป็นส.ส.ของพรรคเพื่อไทย แต่ถึงขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยยังวางตัวผู้สมัครไม่ลงตัว

อย่างไรก็ตามด้านความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ในวันที่ 8 ม.ค.2555 พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัด นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปในลักษณะของการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาด้วยจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 2,657 หน่วย และใช้กำลังเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งมากกว่า 30,000 คน ด้วยงบประมาณจัดการเลือกตั้ง 40 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้มากถึงร้อยละ 60

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามแผนงานที่ อบจ.ขอนแก่นได้กำหนดไว้ แต่เลื่อนระยะเวลาเข้ามาจากเดิมที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.ในช่วงกลางเดือน ม.ค.55 และเมื่อการยื่นในลาออกของนายพงษ์ศักดิ์มีผลบังคับใช้ ทำให้การเตรียมการจัดการเลือกตั้งจะต้องดำเนินการทันทีและเป็นไปขั้นตอนของ การเลือกตั้งโดยทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตามนายสุชาติ โคตรทุม กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังคงกังวลในเรื่องของการซื้อสิทธิ์-ขายเสียงและการกระทำที่ หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย เพราะคาบเกี่ยวในช่วงของงานเทศกาลสำคัญหลายอย่าง ซึ่งก็อยากที่จะให้ผู้สมัครทุกคนตระหนักถึงกฎหมายการเลือกตั้งและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย

27 กันยายน 2554

“พัฒนาครู Master Teacher”

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 จัดประชุมปฏิบัติการพัฒนาครูในสังกัดที่เป็น Master Teacher ให้มีเทคนิควิธีการสอนอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น งานนี้ได้รับเกียรติจากนายสายัณห์ ผาน้อย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต1 เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม ซึ่งกล่าวว่า หากครู Master Teacher ในสังกัดสพป.ขอนแก่น เขต 1 มีเทคนิคการสอนที่สมบูรณ์ จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายการผลักดันการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สู่ความเป็นเลิศประสบความสำเร็จ

26 กรกฎาคม 2554

ปรองดองชาติหลังเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวโฮมทีวีลงพื้นที่ที่วัดโพธิ์บ้านโนนทัน จังหวัดขอนแก่น สอบถามความคิดเห็นของพระมหารังสรรค์ ธมฺมรโส รองเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ถึงกรณีการแก้ปัญหาความปรองดองในบ้านเมืองหลังการเลือกตั้ง ตามวิถีชาวพุทธ ซึ่งพระมหารังสรรค์ ธมฺมรโส กล่าวว่า วิธีที่ดีที่สุดของการปรองดอง คือ ชาวไทยทุกคนต้องลบอคติจากใจ และให้โอกาสรัฐบาลชุดใหม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

อีกทั้งพระมหารังสรรค์ได้กล่าวเพิ่มเติม ถึงบทบาทของนักการเมืองที่ดีในการบริหารบ้านเมืองว่า นักการเมืองทุกพรรคควรปรองดอง และหันหน้ามาคุยกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานพัฒนาต่างๆในประเทศเดินหน้า

20 กรกฎาคม 2554

กลุ่มมวลชนเคลื่อนไหวไม่ผิด

นายกฤชวรรธน์ โล่วัชรินทร์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนจากกรณีการเตรียมออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชน หาก กกต.ไม่พิจารณารับรองการเป็น ส.ส.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดการณ์ ซึ่งกกต.ควรจะพิจารณาและมองถึงเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด เพราะการตัดสินใจในเสียงข้างมากกว่า 10 ล้านเสียงจากประชาชนทั่วประเทศที่เลือกคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาทำหน้าที่บริหาร ประเทศและพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำของการจัดตั้งรัฐบาล ก็ควรที่จะมองให้รอบคอบมากกว่านี้

07 กรกฎาคม 2554

นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่

หลังจากที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย ถึงทิศทางการบริหารประเทศต่อนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เคยประกาศเมื่อครั้งก่อนการเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง เผย 6 นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการโดยทันที คือ 1. ยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน โดยราคาน้ำเบนซิน 95 จะยกเลิกการเก็บเงินอุดหนุนเข้ากองทุนน้ำมันลง 7.50 บาทต่อลิตร เบนซิน 91 ลดลง 6.70 บาท และดีเซลลด 2.20 บาท 2. จัดทำระบบประกันสุขภาพใหม่ ในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค 3. แก้ไขปัญหาของแพง 4. แก้ไขปัญหายาเสพติด 5. เร่งฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน 6. เริ่มดำเนินการตามแผนปรองดองของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ

นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ได้เผยภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล 7 เรื่อง ที่ต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาภายในประเทศอย่างเร่งด่วน คือ 1. การสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ 2. เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 3. พลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกับลงทุนภาครัฐให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น 4. เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านทั้งเวทีทวิภาคีและพหุภาคี 5. เร่งพัฒนาขวัญและกำลังใจข้าราชการ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน 6. เร่งแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และ 7. เตรียมการผลักดันทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศไว้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้ง

สำหรับนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ภาคเอกชนและภาคแรงงานในประเทศ ให้ความสนใจกันมาก คือ การปรับฐานเงินเดือน ซึ่งกรณีนี้พรรคเพื่อไทย ได้เผยรายละเอียดการดำเนินการ โดยรัฐบาลใหม่จะเริ่มการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและรัฐ วิสาหกิจ ให้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีนี้ ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำจะเริ่มดำเนินการทันที หลังจากทางรัฐบาลได้หารือและทำความเข้าใจกับภาคเอกชน รวมถึงจะหานโยบายสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีกำลังในการขึ้นค่าจ้าง อาทิเช่น การลดภาษีนิติบุคคล และการหาตลาดสินค้าส่งออก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทได้ไม่เกินเดือนมกราคม 2555