01 กุมภาพันธ์ 2555
ประชุมเตรียมเสนอโครงการ ต่อครม.สัญจร
26 มกราคม 2555
ศาล ขก.พิจารณาคดีกลุ่มคนเสื้อแดง
15 ธันวาคม 2554
ปรับโฉมงบประมาณส่วนราชการ
12 ธันวาคม 2554
เลือกตั้งนายก อบจ.ขก. 5 ม.ค 55
06 ธันวาคม 2554
รับสมัครนายก อบจ.ขอนแก่น วันแรกเงียบเหงา
หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประจำ อบจ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้มีการรับสมัครรับการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 6-10 ธ.ค.2554 ทีมข่าวโฮมทีวีจึงลงพื้นที่ ณ ห้องประชุม อบจ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครลงรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 6 ธันวาคม 2554 มีบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงผู้สมัคร 2 รายที่ยื่นใบสมัครลงรับการเลือกตั้ง คือ หมายเลข 1 นางดวงจันทร์ จันทร์ศรี อายุ 52 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและ นางกฤษณา ตะวงษ์แพร์รี่ อายุ 40 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ยื่นใบสมัครลงรับการเลือกตั้งเท่านั้น
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครที่ทำการยื่นใบสมัครทั้ง 2 นั้นเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านสนามการเมืองในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติมาก่อน ในขณะที่อดีต นายก อบจ.ขอนแก่น คือ นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ที่ตัดสินใจลาออกก่อนครบกำหนดวันเลือกตั้ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมานั้นยังคงไม่มีการเดินทางมาสมัครแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าจะยังคงตัดสินใจลงสมัครเพื่อครองตำแหน่งอีกครั้งแต่ยังคงดูฤกษ์และความพร้อมของผู้ให้การสนับสนุน ในขณะที่คู่แข่งน่ากลัวของการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่นครั้งนี้ มีหลายฝ่ายต่างจับตามองว่า เป็นส.ส.ของพรรคเพื่อไทย แต่ถึงขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยยังวางตัวผู้สมัครไม่ลงตัว
อย่างไรก็ตามด้านความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ในวันที่ 8 ม.ค.2555 พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัด นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปในลักษณะของการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาด้วยจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 2,657 หน่วย และใช้กำลังเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งมากกว่า 30,000 คน ด้วยงบประมาณจัดการเลือกตั้ง 40 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้มากถึงร้อยละ 60
โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามแผนงานที่ อบจ.ขอนแก่นได้กำหนดไว้ แต่เลื่อนระยะเวลาเข้ามาจากเดิมที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.ในช่วงกลางเดือน ม.ค.55 และเมื่อการยื่นในลาออกของนายพงษ์ศักดิ์มีผลบังคับใช้ ทำให้การเตรียมการจัดการเลือกตั้งจะต้องดำเนินการทันทีและเป็นไปขั้นตอนของ การเลือกตั้งโดยทั้งหมด
แต่อย่างไรก็ตามนายสุชาติ โคตรทุม กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังคงกังวลในเรื่องของการซื้อสิทธิ์-ขายเสียงและการกระทำที่ หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย เพราะคาบเกี่ยวในช่วงของงานเทศกาลสำคัญหลายอย่าง ซึ่งก็อยากที่จะให้ผู้สมัครทุกคนตระหนักถึงกฎหมายการเลือกตั้งและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย
27 กันยายน 2554
“พัฒนาครู Master Teacher”
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 จัดประชุมปฏิบัติการพัฒนาครูในสังกัดที่เป็น Master Teacher ให้มีเทคนิควิธีการสอนอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น งานนี้ได้รับเกียรติจากนายสายัณห์ ผาน้อย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต1 เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม ซึ่งกล่าวว่า หากครู Master Teacher ในสังกัดสพป.ขอนแก่น เขต 1 มีเทคนิคการสอนที่สมบูรณ์ จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายการผลักดันการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สู่ความเป็นเลิศประสบความสำเร็จ
26 กรกฎาคม 2554
ปรองดองชาติหลังเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวโฮมทีวีลงพื้นที่ที่วัดโพธิ์บ้านโนนทัน จังหวัดขอนแก่น สอบถามความคิดเห็นของพระมหารังสรรค์ ธมฺมรโส รองเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ถึงกรณีการแก้ปัญหาความปรองดองในบ้านเมืองหลังการเลือกตั้ง ตามวิถีชาวพุทธ ซึ่งพระมหารังสรรค์ ธมฺมรโส กล่าวว่า วิธีที่ดีที่สุดของการปรองดอง คือ ชาวไทยทุกคนต้องลบอคติจากใจ และให้โอกาสรัฐบาลชุดใหม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
อีกทั้งพระมหารังสรรค์ได้กล่าวเพิ่มเติม ถึงบทบาทของนักการเมืองที่ดีในการบริหารบ้านเมืองว่า นักการเมืองทุกพรรคควรปรองดอง และหันหน้ามาคุยกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานพัฒนาต่างๆในประเทศเดินหน้า
20 กรกฎาคม 2554
กลุ่มมวลชนเคลื่อนไหวไม่ผิด
นายกฤชวรรธน์ โล่วัชรินทร์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนจากกรณีการเตรียมออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชน หาก กกต.ไม่พิจารณารับรองการเป็น ส.ส.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดการณ์ ซึ่งกกต.ควรจะพิจารณาและมองถึงเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด เพราะการตัดสินใจในเสียงข้างมากกว่า 10 ล้านเสียงจากประชาชนทั่วประเทศที่เลือกคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาทำหน้าที่บริหาร ประเทศและพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำของการจัดตั้งรัฐบาล ก็ควรที่จะมองให้รอบคอบมากกว่านี้
07 กรกฎาคม 2554
นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่
หลังจากที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย ถึงทิศทางการบริหารประเทศต่อนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เคยประกาศเมื่อครั้งก่อนการเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง เผย 6 นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการโดยทันที คือ 1. ยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน โดยราคาน้ำเบนซิน 95 จะยกเลิกการเก็บเงินอุดหนุนเข้ากองทุนน้ำมันลง 7.50 บาทต่อลิตร เบนซิน 91 ลดลง 6.70 บาท และดีเซลลด 2.20 บาท 2. จัดทำระบบประกันสุขภาพใหม่ ในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค 3. แก้ไขปัญหาของแพง 4. แก้ไขปัญหายาเสพติด 5. เร่งฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน 6. เริ่มดำเนินการตามแผนปรองดองของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ได้เผยภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล 7 เรื่อง ที่ต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาภายในประเทศอย่างเร่งด่วน คือ 1. การสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ 2. เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 3. พลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วยการลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกับลงทุนภาครัฐให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น 4. เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านทั้งเวทีทวิภาคีและพหุภาคี 5. เร่งพัฒนาขวัญและกำลังใจข้าราชการ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน 6. เร่งแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และ 7. เตรียมการผลักดันทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศไว้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้ง
สำหรับนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ภาคเอกชนและภาคแรงงานในประเทศ ให้ความสนใจกันมาก คือ การปรับฐานเงินเดือน ซึ่งกรณีนี้พรรคเพื่อไทย ได้เผยรายละเอียดการดำเนินการ โดยรัฐบาลใหม่จะเริ่มการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและรัฐ วิสาหกิจ ให้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีนี้ ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำจะเริ่มดำเนินการทันที หลังจากทางรัฐบาลได้หารือและทำความเข้าใจกับภาคเอกชน รวมถึงจะหานโยบายสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีกำลังในการขึ้นค่าจ้าง อาทิเช่น การลดภาษีนิติบุคคล และการหาตลาดสินค้าส่งออก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทได้ไม่เกินเดือนมกราคม 2555