13 พฤศจิกายน 2552

โรงตึ๊งขอนแก่นกำไรพุ่ง

โฮมทีวี โรงตึ๊งเมืองหมอแคน กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์  ถึงแม้ปรับอัตราดอกเบี้ยลง ชี้ สาเหตุเกิดจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ชาวบ้านแห่มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

                วันนี้(13 พ.ย.)นายพิชยเดช เพ็ชรภักดี ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีนับตั้งแต่เปิดให้บริการโรงรับจำนำ มาปีนี้ที่โรงรับจำนำขอนแก่น มีกำไรมากเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเกิดจากเรื่องของเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อคนมีรายได้น้อย ทำให้คนแห่มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยในแต่ละวันมีเงินทุนหมุนเวียนรวมทั้งเงินสำรองที่ทางเทศบาลนครขอนแก่นอนุมัติไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนประมาณ 190 ล้านบาท

                "ในช่วงนี้มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่มาใช้บริการเป็นข้าราชการ และกลุ่มเกษตรกร โดยมีเงินหมุนเวียนในแต่ละวันประมาณวันละ 3 ล้านบาท"นายพิชยเดช กล่าวและว่า

                ส่วนของเกษตรกรที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นการไถ่ถอนเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตร เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่ขายผลิตผลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรมีเงิน ส่วนข้าราชการค่อนข้างที่จะมีปัญหาเพราะเพราะมีรายได้ทางเดียว ส่วนใหญ่จึงเป็นการมาต่อดอกเพื่อไม่ให้ทรัพย์สินที่ส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณหลุดจำนำ

                นายพิชยเดช ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ทางโรงรับจำนำขอนแก่นมีการปรับอัตราดอกเบี้ยลดลง สำหรับผู้ที่นำของมีค่ามาจำนำโดยมีมูลค่าไม่เกิน 5 พันบาท โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ถูก เราต้องการช่วยคนมีรายได้น้อย

                ขณะที่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการต่อดอกเบี้ยที่ผู้มาใช้บริการลืมต่อดอกเบี้ย ทำให้ของมีค่าหลุดจำนำ แต่โรงรับจำนำขอนแก่น ก็ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์สินซื้อคืนได้ ส่วนที่หลุดการจำนำ ของทั้งหมดก็จะนำไปประมูลใน       

          ผู้สื่อข่าวรายง่านว่า สถานธนานุบาลแห่งที่ 2 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการขออนุญาต โดยจะเป็นโรงรับจำนำที่ทันสมัย ไว้เพื่อรองรับประชาชนที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผู้ที่มาใช้บริการเมื่อมารับบริการ จะรู้สึกว่ามาติดต่อยังสถาบันทางการเงินเท่านั้น ทำให้ไม่รู้สึกอาย

 

อภิวัฒน์ ฤทธิลี ข่าว

ภาคินัย สุระประจิตร์ ภาพ 



แชตออนไลน์ทันใจกับเพื่อนและครอบครัวของคุณ! Windows Live Messenger

ทุ่ม 8 ลบ. ปั้นงานปึงเถ่ากง-ม่า

สมาคมปึงเถ้ากงม่า   ทุ่มเม็ดเงินกว่า 8 ล้านบาท  หวังปั้นงานสมโภชศาลเจ้าปึงเถ่ากง ม่าเป็นงานใหญ่ประจำปี  ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัด

โฮมทีวี - ที่โรงแรมโฆษะ  จังหวัดขอนแก่น  สมาคมปึงเถ้ากงม่า   จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน  เรื่องความพร้อมในการจัดงานสมโภชศาลเจ้าปึงเถ่ากง ม่า ประจำปี 2552 ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 17 – วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 ตามประเพณีปฎิบัติและเป็นงานประจำปีของชาวขอนแก่น 

 

นายธีระศักดิ์  ธีฆายุพันธ์  หนึ่งในคณะกรรมการ  กล่าวว่า  ในปีนี้ทางคณะกรรมการจัดเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 5 –8 ล้านบาท สำหรับเพิ่มสีสันของขบวนแห่เป็นพิเศษ  มุ่งเน้นและพิถีพิถันเน้นความสวยงามความทันสมัยให้ผู้คนที่พบเห็นประทับใจมากที่สุด  ในงานตลอดทั้ง 10 วัน จะมีการแสดงมากมายทั้งการโชว์ขบวนแห่สิงโต มังกรทอง เอ็งกอ  ล้อโก้ว , เจ้าแม่กวนอิม  ธงทิว   รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ประกอบพิธีสักการะองค์ปึงเถ่ากงม่า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดขอนแก่น  รวมไปถึงการประมูลสิ่งของมงคล ,การแสดงโชว์ที่เวทีสาธารณะ 200 ปี บึงแก่นนครอีกด้วย

 

ด้านนายประสิทธ์  วงศ์นิจศีล  คณะกรรมการปึงเถ้ากง ม่า 2552 กล่าวเพิ่มเติมว่า  งานสมโภชศาลเจ้าปึงเถ่ากง ม่า ขอนแก่น ประจำปี 2552 คาดว่าจะได้รับความสนใจจากพี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาชมงาน  โดยในปีนี้คณะกรรมการได้พัฒนาการจัดงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์ให้  งานสมโภชศาลเจ้าปึงเถ่ากง ม่า   และสิ่งศักดิ์ทั่วทั้งจังหวัดขอนแก่น  เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่  และเป็นทางสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย จีน ของจังหวัดขอนแก่น  เปรียบเหมือนงานสิงโต มังกร ฉลองตรุษจีนของจังหวัดนครสวรรค์ หรืองานมหาสงกรานต์ถนนข้าวเหนียวของจังหวัดขอนแก่น  พร้อมกันนี้การจัดงานครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย จีน  พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดขอนแก่น  เพื่อความเป็นศิริมงคลด้วยศรัทธาและคุณธรรมของคนที่เข้าร่วมงานอีกด้วย.

 

 

 ปิยนุช ขามคำ / ข่าว

ธงไชย    มนตรี / ภาพ

แชตออนไลน์ทันใจกับเพื่อนและครอบครัวของคุณ! Windows Live Messenger

รณรงค์วันเบาหวานโลก

  

โฮมทีวี -   นายแพทย์วัฒนชัย  สุแสงรัตน์  ประธานคณะทำงานพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยเบาหวาน   เปิดเผยว่า    จากการรายงานของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ พบว่าโรคเบาหวานบั่นทอนอายุลง12-14ปี สถิติผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกสูงเกินคาด ซึ่งสหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้มีการประเมินข้อมูลเมื่อปี 2543 มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าในปี2553 จะมีคนเป็นเบาหวานทั่วโลกจำนวน 220 ล้านคน แต่พบว่าในปี 2550มีคนเป็นเบาหวานทั่วโลกจำนวน 246 ล้านคน เชื่อว่าหากไม่มีการดำเนินใดๆจำนวนคนเป็นโรคเบาหวานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ55เป็น380ล้านคน ในปี พ.ศ.2568 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายการรักษาเบาหวานและโรคแทรกซ้อนจะเพิ่มมากขึ้น ในประเทศไทยมีผู้ป่วยประมาณ 3 ล้านคน

ทั้งนี้แนวโน้มที่คนหนุ่มสาวจะป่วยตั้งแต่อายุน้อย จากการรายงานของสำนักโรคไม่ติดต่อกระทรวงสาธารณสุข พบว่า กลุ่มของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขและมีความสำคัญต่อการป่วย พิการและตายก่อนวันอันควรจำนวนมาก ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งโรคดังกล่าวนี้ไม่มีผลกระทบเฉพาะบุคคลที่เป็นโรคเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงครอบครัว ชุมชน รวมไปถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยพบว่า จากการคาดประมาณการสูญเสียรายได้จากผลผลิตประชาชาติ (GDP) ของประเทศไทย จากหัวใจ อัมพาตและเบาหวาน ในปี พ.ศ.2549 ประมาณ 4200 ล้านบาทและในอีก 10ปีข้างหน้า พ.ศ.2558 จะมีการสูญเสียสะสมเป็นประมาณ 52150 ล้านบาท แต่ถ้ามีการป้องกันควบคุมโรคดังกล่าวได้ จะลดการสูญเสียรายได้ผลผลิตร้อยละ10-20

ดังนั้นเพื่อรณรงค์ให้บุคลากรและประชาชนใส่ใจสุขภาพ หลีกลี่ยงโรคเบาหวาน การควบคุมป้องกันสหปัจจัยเสี่ยง เช่น ลดการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการ (Diet) ลดอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้ ส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย ควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโภชนาการเกิน หรือโรคอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เพื่อให้สนับสนุนการควบคุมโรคเบาหวาน ขององค์การอนามัยโลกและของกระทรวงสาธารณสุข จึงได้มีการจัดโครงการรณรงค์โรคเบาหวานเนื่องในวันเบาหวานโลกปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชากรและประชาชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคและเห็นความสำคัญของการป้องกันตนเองจากโรคเบาหวาน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยบุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่น ผู้ป่วยเบาหวานและประชาชนใขเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลขอนแก่น จำนวน 150 คน.

 

ปิยนุช ขามคำ / ข่าว / ภาพ

Windows 7 ใหม่: ค้นหาพีซีที่เหมาะสมกับคุณ เรียนรู้เพิ่มเติม

12 พฤศจิกายน 2552

ชาวบ้านแห่ใช้บริการโรงรับจำนำ

โฮมทีวี เทศบาลนครขอนแก่น สำรองเงินเกือบ 200 ล้านบาท ให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อรับปีใหม่ เผย เกษตรกรและข้าราชการใช้บริการมาสุด

 

                วันนี้(12 พ.ย.)นายพิชยเดช เพ็ชรภักดี ผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครขอนแก่น เปิดเผยว่า เทศบาลนครขอนแก่น ได้อนุมัติ เงิน 170 ล้านบาท และสำรองเงินอีก 20 ล้านบาท เพื่อรองรับการมาใช้บริการของประชาชน ที่ในแต่ละปี มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ ช่วงสิ้นปี เงินหมุนเวียนวันละกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน

                ส่วนทรัพย์สินมีค่าที่ประชาชนนำมาฝาก ส่วนใหญ่จะเป็นทองคำรูปพรรณ เนื่องจากว่าได้ราคาดี และเป็นมาตรฐาน รองลงมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือการเกษตร

                อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้อนุมัติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทรัพย์สินที่มาฝากไม่เกิน 5 พันบาท จะคิดอัตราสดอกเบี้ย ไม่เกิน ร้อยละ 50 สตางค์

                นายพิชยเดช ยังเปิดเผยอีกว่า  ประชาชนมาใช้บริการยังสถานธนานุบาลเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปี อย่างในปีนี้ ทางสถานธณานุบาลมีผลกำไรเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ มาเทียบกับปีที่แล้ว คิดเป็นเงินประมาณ 16 ล้านบาท

                ส่วนสาขาใหม่ที่จะเปิดทำการตรงข้าม สถานีตำรวจ ภูธรเมืองขอนแก่น ถนนกลางเมือง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนก็ดำเนินการขออนุญาตไปยังกระทรวงมหาดไทย และถ้าได้รับอนุญาตให้เปิดก็จะเป็นสถานธนานุบาลแห่งที่ 2 ที่จะรองรับการใช้บริการที่ปัจจุบันมีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

อภิวัฒน์ ฤทธิลี ข่าว

ภาคินัย สุระประจิตร์ ภาพ



แบ่งปันรูปถ่ายกันอย่างง่ายดายด้วย Windows Live™ Photos ลากแล้วปล่อย

ลดอุบัติให้ได้ 25 % ภายใน 5 ปี

โฮมทีวี - คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนในระดับจังหวัด หรือ สอจร. วางเป้า 5  ปี ท้องถนนภาคอีสานต้องเป็นถนนปลอดการศูนย์เสีย  ล่าสุดจัดสัมมนาพี่เลี้ยงอสจร. 19 จังหวัดภาคอีสาน กำชับเจ้าหน้าที่ทำงานปฎิบัติงานในเชิงลึก เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุให้ได้

             นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย   ประธานคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนในระดับจังหวัด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า   ในอีก 5 ปีข้างหน้านับจากนี้  คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนในระดับจังหวัด หรือ สอจร. จะทำงานเชิงลึกมากขึ้น  กล่าวคือ ลดการเกิดอุบัติเหตุผลักดันให้กลายเป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทย และ เป็นประเด็นร่วมกันทั่วโลกโดยองค์การสหประชาชาติ กำหนดให้ความปลอดภัยทางถนน เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศต้อง พร้อมตั้งเป้าลดผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งในทศวรรษหน้า โดยจะผลักดันให้ปี 2010-20 เป็น "ทศวรรษความปลอดภัยทางถนน" เน้นการประชาสัมพันธ์การเกิดป้องกันการเกิดอุบัติเหตุให้เข้าถึงชุมชนและโรงเรียน

ล่าสุดคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนในระดับจังหวัด ได้จัด การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนางาน นวตกรรมการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัด โดยการสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้พี่เลี้ยง สอจร. และ ผู้ดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรทั่วประเทศได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้คณะทำงาน สอจร. ที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ ได้ปรับทิศทางการทำงานให้เป็นไปในทางเดียวกัน โดยการทำงานในปีนี้จะเป็นระยะที่ 4 ซึ่งเน้นการนำนวตกรรมมาใช้กับกับพื้นที่ ที่คณะทำงาน สอจร.ดูแล ทั้งนี้การทำงานที่ผ่านมา สอจร.นำหลักยุทธศาสตร์  ประกอบด้วย การศึกษา สร้างการมีส่วนร่วม การบังคับใช้กฎหมาย การปรับปรุงทางวิศวกรรมจราจร) การช่วยเหลือฉุกเฉิน และ การประเมินผล และใช้เทคนิคการทำงานที่อาศัยเทคนิคง่ายๆ เช่น ชม-ชวน-ชง-เชื่อม-ช้อน-เช็ค มาโดยตลอด

สำหรับเวทีการสัมมนาครั้งนี้จึงมีการนำผลการทำงานของหลายพื้นที่มานำเสนอเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานของแต่ละพื้นที่ เช่น การทำงานของเยาวชน โรงเรียนภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง อบต.หนองน้ำใส อำเภอบ้านไผ่ การปรับพฤติกรรมเด็กแว้น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ความปลอดภัยในโรงเรียน จังหวัดลำปาง การบริหารจัดการรถโรงเรียน จังหวัดนครศรีธรรมราช และ การทำงานของชุมชนกุดสระ จังหวัดอุดรธานี

 
 
 
 
ปิยนุช ขามคำ / ­ข่าว    ///// ปรัชญา  เทพสกุล / ภาพ


Windows Live: วิธีที่ง่ายขึ้นเพื่อให้เพื่อนรับรู้ สิ่งที่คุณอัปเดตใน Facebook

ชู “เฟทแท็ก” ฟื้นชีวิตเกษตรกร

โฮมทีวี - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. สำนักงานจังหวัดขอนแก่น ชูกลยุทธ์ โครงการสินเชื่อ "เฟทแท็ก" ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเข็มแข็ง ล่าสุดมอบประกันรายได้เกษตรกรและจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันยกชุมแพเป็นอำเภอนำร่อง

 

                            ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. สำนักงานจังหวัดขอนแก่น แถลงข่าว ผลการดำเนินงานประจำปี2552 สำนักงาน ธกส. จ.ขอนแก่น ที่สาขาชุมแพขึ้นนอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)สำนักงานจังหวัดขอนแก่น ได้จัดพิธีโอนเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตร ให้กับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.สาขาชุมแพ ณ.หอประชุม อำเภอชุมแพ โดยมีนายอนุกูลชัย รองผู้ส่าราชการจังหวัดขอนก่น เป็นประธานในพิธี

 

ขณะเดียวกันนายสรวุฒิ พานิช ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่นได้แถลงผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมการออมในชนบท การสนับสนุนสินเชื่อในภาคชนบท การพัฒนาชุมชนต้นแบบตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตพืชเศรษฐกิจหลัก(ข้าว,อ้อย,มันสำปะหลัง) รวมไปถึงการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการพักชำระหนี้และฟื้นฟูเกษตรกรรายย่อยและยากจนโครงการสินเชื่อ

 "เฟทแท็ก" (FastTrack) และโครงการประกันรายได้เกษตรกรซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกษตร

นายสรวุฒิ  พานิช  ผู้อำนวยการสำนักงาน ธกส. สำนักงานจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  ธกส. สำนักงานจังหวัดขอนแก่นได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดทำสัญญาประกันรายได้เกษตรกรและจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันราคาอ้างอิง  กรณีที่ราคาประกันสูงกว่าราอ้างอิง  ทั้งนี้ธนาคารฯจึงจัดพิธีโอนมอบเงินส่วนต่างราคาโครงการประกันรายได้เกษตรกรเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเลือกสาขาชุมแพทั้ง 16 ตำบลเป็นสาขานำร่องก่อน  ทั้งนี้สาเหตุที่เลือกอำเภอชุมแพเป็นอำเภอแรกที่จ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันราคาอ้างอิงเพราะว่าอำเภอชุมแพเป็นอำเภอที่มีพืชผลทางการเกษตร กล่าวคือ  มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เยอะ

 

 

ปิยนุช ขามคำ / ข่าว

ธงไชย มนตรี / ภาพ



แบ่งปันรูปถ่ายกันอย่างง่ายดายด้วย Windows Live™ Photos ลากแล้วปล่อย

11 พฤศจิกายน 2552

หัวข้อ รวบขแก๊งโล้น ตุ๋นเงินชาวบ้าน

โฮมทีวี – รวบแก๊งโล้น ทำพิธีไบ้หวย ตุ๋นเงินชาวบ้านสูญนับแสน           
 
                วันนี้(11 พ.ย.)ที่ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4  พล.ต.ต.เฉลิมชัย จงศิริ พลต.ต.จตุพล ปานรักษา ผกบ.ส.ส.ภ. 4 พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก.สส.1 บก.ส.ส.ภ.4 , พ.ต.ท. ดิเรก ยศนันท์ รองผกก.ฯเวชแก้ว พรหมจันทร์,พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกับกับการสื่อสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค4 ได้ร่วมกันแถลงข่าว จับตัวกุมนายสุรัช จันทะวงษ์ อายุ 48 ปี นายสุวรรณ์ สมานจิตร์ อายุ 68 ปี
นางลัดดาวรรณ สมานจิตร์ อายุ 57 ปี นางเพ็ญจิตร ธิกะ อายุ 37 ปี น.ส. จงกร พลเยี่ยม อายุ 32 ปี นายรัชภูมิหรือนิคม คำวงษา อายุ 33 ปี และ นายบุญเพ็ง อุบลราช อายุ 45 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดเลย
          ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาที่มีนายสุรัช เป็นหัวหน้าแก๊ง แต่งตัวคล้ายพระ แล้วทำเป็นไบ้หวยให้กับชาวบ้าน โดยมี 2 ในกลุ่มผู้ต้องหาเป็นนกต่อ แกล้งทำทีเลื่อมไสพระรูปนี้ และบอกว่าให้หวยแม่น แต่ต้องมีใบละ 1 บาท หรือเหรียญโบราณมาทำพิธี  และหลังจากที่ชาวบ้านทราบต่างก็หาเหรียญโบราณหรือธนบัตรฉบับละ 1 บาทมาให้พระเก๊รูปนี้ทำพิธี และหลังจากที่ทำพิธี ก็บอกให้ชาวบ้านกลับไปที่บ้านรออีก 2 วัน และจึงให้มาหาใหม่ แต่ระหว่างนี้ต้องถือศีล ห้ามทำบาป พอผ่านไป 2 วัน ชาวบ้านกลับมาหาพระเก๊ พระรูปนี้ก็ถามไปว่า ในช่วง 2 วันที่หมู่บ้านมีงานรึเปล่า ก็มี 1 ในกลุ่มชาวบ้าน บอกว่า มีงานศพ และได้ฆ่าหมูเพื่อเลี้ยงอาหารเพลพระในวันพรุ่งนี้ 
พระเก๊รูปดังกล่าวจึงบอกว่า การให้หวยงวดนี้ก็จะเพี้ยน ต้องใช้วิธีการแก้ โดยให้ชาวบ้านไปหาเงินมาถึงเพื่อร่วมทำบุญกับทางวัด จะให้เลข 2 ตัว ซึ่ง 1 ในผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่นกต่อก็พยายามที่จะพูดหว่านล้อมให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่างวดที่แล้วตนถูกเลข 3 ตัวมางวดนึง แต่ซื้อแค่ 200 บาท ทำให้ได้เงินไม่มาก จึงทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ และไปหาเงินมารวบรวมกันได้ประมาณกว่า 1 แสนบาท จึงนำมาให้พระรูปดังกล่าว โดยหลังจากที่พระเก๊รับเงินและเก็บไว้ในย่าม และออกใบเสร็จให้ และให้เลข 2 ตัว จากนั้นบอกให้ชาวบ้านให้ไปรอที่บ้านเพื่อฟังว่าเลข จากนั้นผู้ต้องทั้งหมดก็ไปแบ่งงวดให้กับผู้ร่วมแก๊ง ก่อนที่จะถูกจับกุมดำเนินคดีได้ในที่สุด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องที่ถูกจับกุมได้ ทั้งหมดมีคดีตามหมายจับในคดีฉ้อโกงและลักทรัพย์ ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุม มีนายจันที อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดมหาสารคาม นางเอมอร จันทร์สิงห์ ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ นายเสริมและนายแขกไม่ทราบนามสกุล เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบดำเนินการเพื่อนำผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมมาดำเนินคดี



โหลดฟรี! โปรแกรม Windows Live ครบชุด Windows Live Services