08 มิถุนายน 2552

ตลาดนัดเงินกู้

ขอนแก่น- บสย. จับมือ ธปท.อีสาน นำร่องจัดกิจกรรมเดินสายประชาสัมพันธ์จัดงาน "ตลาดนัดเงินกู้ กู้อย่างไรให้ได้เงิน"       
       วันนี้ (8 มิ.ย.)  นายสมชาย เสตกรณุกูล ผู้อำนวยการ ธปท.สภ.อ.เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เดินสายจัดงาน "ตลาดนัดเงินกู้ กู้อย่างไรให้ได้เงิน" เพื่อพบปะทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ SMEs ในการขอสินเชื่อโดยมี บสย.ค้ำประกันตามโครงการ Portfolio Guarantee Scheme ในวงเงินค้ำประกันรวม 30,000 ล้านบาท ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน
       การให้บริการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย.จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน ขณะที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีสัดส่วนผู้ประกอบการมากกว่า 80% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในภาคอีสาน มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้มากขึ้น อันเป็นกลไกสำคัญต่อการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ
       จุดสำคัญ ต้องการสื่อสารให้ผู้ประกอบการ SMEs ในภาคอีสาน ได้รับทราบ และเข้าถึงบริการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. โดยธปท.สภอ.และบสย. จะร่วมกันเดินสายจัดงาน "ตลาดนัดเงินกู้ กู้อย่างไรให้ได้เงิน" รวม 9 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 10-26 มิถุนายน 2552 เริ่มขึ้นที่จังหวัดสกลนครในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ที่โรงแรมเอ็มเจ, 11 มิ.ย.จัดที่โรงแรมเลยพาเลซ จ.เลย, 12 มิ.ย.ที่โรงแรมบ้านเชียง จ.อุดรธานี, 16 มิ.ย.ที่โรงแรมสยามริเวอร์รีสอร์ท จ.ชัยภูมิ,17 มิ.ย. ที่โรงแรมสีมาธานี จ.นครราชสีมา, 18 มิ.ย.ที่โรงแรมสุรินทร์ มาเจสติก จ.สุรินทร์ 24 มิ.ย.ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์โฮเต็ล จ.อุบลราชธานี, 25 มิ.ย.ที่โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น จ.ร้อยเอ็ด และสุดท้ายวันที่ 26 มิ.ย.ณ สถานสวัสดิการสงเคราะห์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ริมบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น
       นายสมชาย กล่าวต่อว่า รูปแบบการจัดงาน เป็นการจัดตลาดนัดเงินกู้ เชิญสถาบันการเงินต่างๆ มาร่วมออกบูธ รวมทั้งมีการเสวนาให้ความรู้ เพื่อชี้แจงแนะแนวทางให้ได้รับอนุมัติเงินกู้ โดยผู้ประกอบการสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารภายในงานได้ทันที ทั้งมีการออกบูธให้คำปรึกษาแนะนำการขอกู้เงินจากธนาคารต่างๆ เป็นรายบุคคล โดยธนาคารพาณิชย์พร้อมที่จะรับคำขอกู้เงินจากผู้ประกอบการ SMEs ภายในงาน และให้คำตอบเบื้องต้นภายในงาน
        ด้าน นายทวีศักดิ์ ฟุ้งเกียรติเจริญ ที่ปรึกษา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) การให้บริการค้ำประกันสินเชื่อเงินกู้ของ บสย.จะสร้างความมั่นใจให้กับธนาคารพาณิชย์ กล้าปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบัน โดยเฉพาะโครงการนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสภาพคล่องผ่านกลไกค้ำประกันเงินกู้ของ บสย.โดยรัฐสนับสนุนอุดหนุนเงินชดเชยในวงเงินเสียหายให้กับ บสย. 2,000 ล้านบาท
       ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เปิดกว้างให้กับ SMEs ทุกธุรกิจ และประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการใช้บริการ บสย.จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากจะช่วยชะลอการปิดกิจการ SMEs ลดปัญหาการเลิกจ้างงาน และส่งผลให้เกิดการจ้างงานในอนาคต
       
       



แชตออนไลน์ทันใจกับเพื่อนและครอบครัวของคุณ! Windows Live Messenger

06 มิถุนายน 2552

หนุ่มก่อสร้างตกงาน บีบแตรสาวใหญ่หวังติดคุกกินข้าวฟรี

ขอนแก่น- หนุ่มก่อสร้างตกงาน บีบแตรสาวใหญ่หวังติดคุกกินข้าวฟรี

 

                เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ร.ต.ท.สันติราษฎร์ บุษดี รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ขณะนี้ได้จับนายวิราช น้อยตำแย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 9 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ที่ได้ทำอนาจารสาวในตลาดเทศบาล 2 (โบ๊เบ๊) ถ.กลางเมือง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยใช้มือสองข้างบีบหน้าอกผู้หญิงในตลาดหลายคน ตอนนี้ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ร้านขายทองรูปพรรณไพโรจน์ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

                ไปถึงหน้าร้านขายทองรูปพรรณไพโรจน์ นางดาว นามสมมุติ อายุ 43 ปี มีบ้านอยู่ในเขต ต.พระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น มีอาชีพเป็นข้าราชครูสังกัด สพฐ.ขอนแก่น ได้ชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวนายวิราช หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวมาส่งให้ พ.ต.ท.สุรสีห์ อินท์อุ่นโชติ สารวัตรเวร สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

                จากการสอบสวน ทราบว่า นายวิราชผู้ต้องหามีอาชีพเป็นกรรมกรรับจ้างทั่วไป กระทั่งถูกเจ้านายไล่ออกจากงาน จึงได้เดินเร่หางานทำในหน้าที่ทั่วไปตามงานก่อสร้างต่างๆในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เมื่อไม่มีหลักฐานแสดงตนเองว่าเป็นใคร มาจากไหน และมีคุณวุฒิการศึกษาชั้นไหน ทางเจ้าของงานจึงไม่จ้างให้ทำงาน เมื่อตกงานมาได้ 2 3 วัน ไม่มีข้าวกิน ค่ำไหนนอนนั่น ตัดสินใจเดินเร่ขอทานอยู่ในตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่น ก็ไม่มีใครให้ทาน หิวก็หิว หาข้าวกินจากไหนไม่ได้

                นายวิราชกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนคิดแล้วคิดอีกว่าถ้าหาข้าวกิน และหาที่นอนไม่ได้ ก็ตัดสินใจเข้าคุกดีกว่า ซึ่งจะมีที่นอน มีที่อาบน้ำ และมีข้าวหลวงกินฟรีไม่อดตายเหมือนกับอยู่ข้างนอกคุก ตนจึงได้ตัดสินใจมาเดินขอทานในตลาดสดเทศบาล 2 ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.เมืองขอนแก่นประมาณ 100 200 เมตร เดินขอทานกับคนที่มาจ่ายซื้อสินค้าในตลาดหลายคนก็ไม่มีใครให้เงิน จึงหาวิธีทางให้ตำรวจจับเพื่อนำไปขังในคุกด้วยการหาผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป แล้วเดินไปบีบนมทั้งสองข้างของเขา ซึ่งผู้หญิงที่ถูกจับประมาณ 3 คน ได้แต่ร้องโวยวาย เดินหนีไป โดยไม่แจ้งตำรวจให้มาจับ กระทั่งตนได้เดินมาบีบหน้าอกของนางดาว นามสมมุติ ด้วยการใช้มือทั้งสองข้างบีบนมทั้งสองข้างของนางดาวแบบขยำขยี้ โดยใช้เวลาไม่นาน นางดาวก็ได้ตะโกนให้คนมาช่วยว่าถูกคนโรคจิตบีบนม พลเมืองดีที่อยู่แถวนั้นก็ได้เข้าจับกุมตน และนำมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น

                พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น จึงได้สอบปากคำนายวิราช น้อยตำแย ซึ่งยอมรับสารภาพอย่างหน้าชื่นตาบาน ว่าไม่มีเงินกินข้าว หาขอทานก็ไม่มีใครใจบุญให้เศษเงิน เมื่อหิวข้าวก็ตัดสินใจบีบหน้าอกผู้หญิงที่มีอายุ เพื่อหาทางเข้าคุกกินข้าวฟรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาอนาจารและนำนายวิราชไปเข้าห้องควบคุม สภ.เมืองขอนแก่น และเตรียมส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



เพิ่มแผนที่และทิศทางไปสู่งานปาร์ตี้ของคุณ แสดงเส้นทาง!

03 มิถุนายน 2552

ตะลึงพระเครื่องขอนแก่นทำเงินสวนวิกฤติเศรษฐกิจ

ขอนแก่น ตะลึงวงการพระเครื่องเมืองหมอแคน สวนกระแสวิกฤติเศรษฐกิจ สร้างรายได้ตกเดือนละหลายหมื่นบ้านต่อเดือน เผย ความศรัทธาที่มีต่อพระเกจิดัง ทำให้วงการพระเครื่องไปรอด

                วันนี้( 3 มิ.ย.)ที่ชมรมพระเครื่องจังหวัดขอนแก่น นายพงษ์ สีดา ผู้ช่วยเลขาชมรมพระเครื่องภาคอีสาน เปิดเผยว่า  ปัจจุบันมีผู้นิยมเช่าหาบูชาพระเครื่องเข้ามาไว้ครอบครองเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมาก ทำให้ในช่วงนี้แผงพระในจังหวัดขอนแก่นคึกคัก ถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่สำหรับผู้ที่มีความศรัทธาต่อพระเกจิดังโดยเฉพาะสายพระนักปฏิบัติ ก็จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ โดยในแต่ละเดือนทั้งแผงเล็กแผงใหญ่ มีรายได้จากการให้เช่าบูชาตกเดือนละหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน

                โดยลูกค้าที่มาเลือกเช่าหาบูชาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจและข้าราชการและนักการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ  ที่เข้ามาเช่าบูชาอยู่เป็นประจำ โดยส่วนใหญ่ที่มาเช่าบูชาพระให้เหตุผลว่ามีความศรัทธา จึงได้มาเช่าหาเพื่อเก็บไว้เป็นสิริมงคล

                นายพงษ์ เปิดเผยอีกว่า พระเครื่องที่ได้รับความนิยมในตลาดพระเครื่องขอนแก่นคือพระเครื่องจากพระเกจิสายอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระนักปฏิบัติทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างหลวงพ่อคูณ และที่มรณภาพไปแล้ว อย่างหลวงปู่ฝั้น ที่เหรียญเก่าบูชาอยู่ที่หลักแสน และบางรุ่นอย่างพระสายภาคกลางราคาอยู่ที่หลักล้านก็มี

                ซึ่งการดูพระว่าองค์ไหนแท้องค์ไหนปลอม ถ้าเป็นเซียนพระที่อยู่ในวงการก็จะดูออกทันที เพราะว่าอาศัยประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่ทั้งวัน แต่บางครั้งก็มีพวกกลุ่มมิจฉาชีพทำปลอมขึ้นมาก็มีมาก ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการพระเครื่อง ส่วนเซียนพระรุ่นใหม่นั้นจะยังไม่คล่องอาจตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพได้ง่าย

                ขณะที่การเช่าบูชาพระเครื่อง ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่า ยังเป็นการบำรุงพระพุทธศาสนา เนื่องจากความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่นิยมมาเช่าหาบูชาจะเป็นคนที่อยู่ในศีลธรรมเข้าวัดเข้าวาและชอบทำบุญ

โหลดฟรี! โปรแกรม Windows Live ครบชุด Windows Live Services

01 มิถุนายน 2552

ผู้ว่าฯ เปิดโรงเรียนวัฒนธรรม/การศึกษา ซิโนไท

ขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดโรงเรียนวัฒนธรรม และการศึกษา ซีโนไทย หวังเผยแพร่วัฒนธรรมรวมและภาษาจีนให้กับคนไทยเชื้อสายจีน

วันนี้(๑ มิถุนายน ๒๕๕๒)เมื่อเร็วๆ นี้นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียนวัฒนธรรมและการศึกษาซีโนไท

โดยโรงเรียน วัฒนธรรมและการศึกษา ซีโนไทย เป็นโรงเรียนสอนวัฒนธรรมและภาษาจีน โดยเปิดหลักสูตรภาษาจีนสำหรับเด็กเล็ก หลักสูตรภาษาจีนสำหรับเด็กโต หลักสูตรภาษาจีนสำหรับนักเรียนมัธยมนักศึกษาและมหาวิทยาลัย(12-17ปี) หลักสูตรสนทนาภาษาจีน หลักสูตรภาษาจีนเพื่อการท่องเที่ยว หลักสูตรภาษาจีนเพื่อธุรกิจ หลักสูตรติวสอบ HSK หลักสูตรการเขีนพู่กันจีน หลักสูตรเดี่ยว/กลุ่มเล็ก

สำหรับโรงเรียนวัฒนธรรมและการศึกษา ซีโนไท ตั้งอยู่ชั้น ๓ ตลาดสดบางลำภู มีนายชาญเนียมประดิษฐ์ เป็นเจ้าของโรงเรียน

หนุ่มใหญ่ควบรถจักรยานยนต์ประสานงารถปิกอัพดับคาที่

ขอนแก่น - หนุ่มใหญ่โชคร้าย ควบรถจักรยานยนต์ยูเทิร์น ตัดหน้ารถกระบะมุ่งหน้าเข้าเมืองขอนแก่นด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้ชนประสานงาเข้าอย่างจังทำให้คนขับรถจัรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ ส่วนโชว์เฟอร์รถปิคอัพหลบหนีขณะที่กำลังชุลมุน

วันนี้(๑ มิถุนายน ๒๕๕๒)ร.ต.อ.ชัยยุหะ สีเนหะ ร้อยเวรประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนท้ายจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ ทราบภายหลังว่าผู้ตายชื่อ นายประสิทธิ์ แสงทอง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/80 หมู่16 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณทางกลับรถ ถนนมิตรภาพก่อนถึงโรงแรมรอแยล 77 มุ่งหน้าเข้าเมือง พบรถยนต์กระบะหมายเลข ทะเบียน บน-2801 หนองบัวลำภู ยี่ห้อมิตซูบิชิ ชนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่าสีขาว หมายเลขทะเบียน ว 8715 ขอนแก่น

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ มาตามถนนมิตรภาพแล้วจะกลับรถตรงบริเวณโรงแรมรอยัล 77 ในขณะที่กำลังกลับรถ ปรากฎว่ามีรถกปิกอัพมุ่งหน้ามาจากถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าเมืองขอนแก่น ด้วยความเร็วสูง ทำให้ชนเข้ากับรถจัรยานยนต์เข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้คนขับรถจักรยานยนต์เสียชีวิตดังกล่าว แล้วคนขับรถปิกอัพ ได้อาศัยจังหวะชุลมุนหลับหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวมาสอบสวนพื่อดำเนินคดีต่อไป

ระดมความเห็น สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ขอนแก่น - พัฒาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จัดเสวนาศึกษาแผนสร้างความเชื่อมั่นต่อพลังงาน เน้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น หวังใช้เป็นกรณีศึกษาในการวางแผนของประเทศในอนาคต

วันนี้(๑ มิถุนายน ๒๕๕๒)เมื่อเร็วๆ นี้นายณอคุณ สิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ใช้ก๊าซธรรมชาติ 70% ลิกไนท์ 12.6% ถ่นหินนำเข้า 8.2% พลังน้ำ 4.7% นำเข้าจากต่างประเทศ 1.9% พลังงานทดแทน 1.4% และน้ำมัน 1.2% และจากสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าว สำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ หน่วยงานใหม่ของกระทรวงพลังงาน จึงได้รับมอบหมายให้เร่งศึกษาและสร้างความมั่นใจในพลังงานนิวเคลียร์สู่ภาคประชาชนอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ จึงเป็นการจัดสัมมนาเป็นครั้งแรกของโครงการซึ่งเป็นการเสวนาเรื่อง"ข้อกฎหมายและความตกลงร่วมมือระหว่างประเทศ" และระเบียบกฎหมายและองค์กรกำกับดูแลครั้งที่ 2 เรื่อง พลังงานนิวเคลียร์ในเอเชีย และครั้งที่3 เรื่อง ความปลอดภัย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความเสี่ยงของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และหัวข้ออื่นๆที่เกี่ยวข้อง ณ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของ โครงการสร้างความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อพลังงานนิวเคลียร์ปีที่ 1 ในการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

โดยนายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ กล่าวสรุปว่า การเสวนามีจุดมุ่งหมายสำคัญ ไม่ใช่การทำประชาพิจารณ์ แต่เป็นการมุ่งเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการกำหนดแผนกลยุทธ์การสื่อสาร และการดำเนินการชี้แจงข้อมูลข่าวสารด้านพลังงานนิวเคลียร์ต่อประชาชนในอนาคต โดยข้อคิดเห็นต่างๆในการเสวนาครั้งนี้ จะมีการจดบันทึกไว้ เพื่อนำไปปรับปรุง และใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดแนวทางการศึกษา และสร้างความรู้ ความเข้าใจในการใช้เชื้อเพลิงพลังงานนิวเคลียร์ให้มากยิ่งขึ้นไปยังประชาชนต่อไป

พ่อค้าผลไม้ จ้วงแทงเพื่อนบ้านดับ

ขอนแก่น - พ่อค้าขายผลไม้ ต.ท่าพระ เกิดบันดาลโทสะ ใช้มีดปลายแหลม กระหน่ำแทงลำคอ และชายโครงเพื่อนบ้านเสียชีวิต

วันนี้(๑ มิถุนายน ๒๕๕๒)พันตำรวจโท สรายุทธ์ สุขโข พนักงานสอบสวน สภ. เมืองขอนแก่น สาขาย่อยท่าพระ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีเหตุฆ่ากันตายที่บริเวณถนนชุมยางสิม บ้านเลขที่214 หมู่ที่ 6 บ้านท่าพระเนาว์ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชา จากนั้น พันตำรวจเอก สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้กำกับ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นอีกจำนวนหนึ่งได้นำกำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ตายและตรวจที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมฤทธิ์ สุดใจ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 ม.6 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุคือนายยรรยง ไชยป้อม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/1 ม.6 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นพ่อค้าผลไม้ และเดินทางเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเดียวกัน โดยนายยรรยงให้การรับสารภาพว่า ได้ทะเลาะกับผู้ตาย และได้ฆ่าผู้ตายจริง เนื่องจากโกรธแค้นที่ผู้ตายด่าว่าดูถูกเหยียดหยามอยู่เป็นประจำ จึงโกรธเคือง พอสบโอกาสจึงได้ใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต จ้วงแทงเข้าถูกที่บริเวณชายโครงด้านซ้ายของผู้ตาย หนึ่งครั้งแล้วแทงถูกชายโครงด้านขวาอีกหนึ่งครั้ง ผู้ตายหันหลังจะวิ่งหนี จึงได้แทงเข้าบริเวณด้านหลังอีกหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นผู้ตายจะวิ่งหนีไปตามถนนชุมยางสิม จึงแทงที่บริเวณลำคอหนึ่งครั้ง เป็นเหตุให้เลือดพุ่งมาถูกลำตัว เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ จากนั้นตนได้ไปบอกเพื่อนบ้านว่าได้ฆ่าผู้ตายแล้ว และได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านญาติ และทิ้งหลักฐานข้างโอ่งหน้าบ้านเพื่อนบ้านอีกคน เสร็จแล้วจึงขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา